วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

"ปล่อยให้เกิดไม่ได้" แล้วมีปัญญา "ปิดไม่ให้เกิดได้หรือ?"

"ปล่อยให้เกิดไม่ได้" แล้วมีปัญญา "ปิดไม่ให้เกิดได้หรือ?"
เวทย์ เธียรธโนปจัย

"ปล่อยให้เกิดไม่ได้" แล้วมีปัญญา "ปิดไม่ให้เกิดได้หรือ" ตัวเองก็รู้ว่าปิดไป ๑ เวบมันก็จะเกิดอีก ๑๐ เวบ ติดนิสัยสร้างภาพจากคนดีแต่พูดอีกแล้ว เอาเวลาถ้ายังว่างงานอยู่ไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าหรือ เรื่องเวบหมิ่นนั้นแก้ง่ายนิดเดียว ต้องส่งเสริมให้เปิดเวบมากขึ้นไม่ใช่ขยันปิดเวบ เพราะท่านไม่มีวันจะทำได้สำเร็จถ้ายังดันทุรัง ที่รัฐบาลก่อนปิดเวบไปถึง ๗๕,๐๐๐ เวบเขาก็ทำไม่ได้ปราบไม่หมดเพราะไม่เข้าใจภาษาคน ยิ่งปิดเวบหมิ่นมากเท่าไรก็เหมือนยุให้เกิดเวบหมื่นมากขึ้นเท่านั้น รัฐบาลก่อนโง่แล้วอยากนอนเตียงคิดว่าจะใช้พรบ.คอมพิวเตอร์เป็นอาวุธเป็นเครื่องมือเอาคนเข้าคุกแล้วคนจะกลัว เมื่อมีความคิดสกปรกใครเล่าจะกลัวมัน เวบหมิ่นจึงเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด เพราะมนุษย์นั้นทนไม่ได้ที่ผู้มีอำนาจไม่ให้ความเป็นธรรม กลั่นแกล้ง ยิ่งบีบเขาหนักเขาจึงต้องลองดี กูจะทำเสียอย่าง

ทำไมไม่คิดว่า ถ้าส่งเสริมให้มีการเปิดเวบมากๆ คนใช้เวบก็จะรู้มากขึ้น เข้าใจมากขึ้น คนที่ยังไม่เข้าใจเขาก็จะรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร โดยเฉพาะคนไทยนั้นรู้จักพระเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่แบเบาะ ไม่มีความคิดที่จะหมิ่นในหลวงเพราะรักท่านยิ่งกว่าชีวิตตัวเองพระองค์ท่านอยู่ในหัวใจไทยทุกคน แต่ที่จำเป็นต้องฝืนทำด้วยหัวใจที่ปวดร้าวเป็นที่สุด เพราะรัฐบาลต่างหากบีบให้เขาทำ ถ้าท่านรู้จักคนไทยดี ท่านไม่ควรด่วนพูดเร็วเกินไปโดยไม่คิดเสียก่อน แล้วท่านเองจะนอนเตียงและหลับได้สนิทแม้จะเป็นเตียงหวายก็ตาม แด่อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

ปฏิบัติการโปเชนตงและยุทธการลับเมียนม่าร์:บทพิสูจน์ภาวะผู้นำทักษิณ ชินวัตร

ปฏิบัติการโปเชนตงและยุทธการลับเมียนม่าร์:บทพิสูจน์ภาวะผู้นำทักษิณ ชินวัตร

จากใจผู้เคยเป็นทหารฟักทอง โดยทุ่งพัฒนา วันศุกร์ที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๐๑๑ขอขอบคุณ...คุณเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงเดือนดาวด้วย ที่ให้ข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งภาพเพิ่มเติมจากกองบิน ๖ แหล่งที่มา http://nonewsthailand.blogspot.com/ : Episode of Black Hawk Down

คือ....ไอ้พวกกระเหรี่ยงตัดไม้อ่ะ มันตัดอยู่ในเขตไทย ริมชายแดนแถวๆหมายเลข 2ตรงส่วนบนๆ ของตารางในช่องนั้นอ่ะ ตัดเสร็จก็ลากไม้ไปกองไว้ในเขตแ​ขวงเมืองมะริด ริมสันเขาตรงแถบตารางหมายเลข3 ..จนท.ป่าไม้ของไทยกับทหารจาก ร.19 50คนก็เข้าไปจับตรงจุดที่มันกำลังตัดกัน จับได้6คน จากนั้นก็ให้ ฮ.มารับ 2 ลำ คือ ฮ.ป่าไม้ กับ ฮ.ลำแรกที่ตก
ปกติเค้าจะให้สัญญานด้วยพลุควัน​...ตรงตารางหมายเลข2 ตรงส่วนมุมบนซ้าย จะมีฐานจอดชั่วคราวอยู่2 ฐาน (1ตารางในรูปนี้มีความกว้างพื้น​ที่จริงประมาณ5.5 กม.ทางพื้นดิน ) การที่บินเลยไป แสดงว่านักบินมองไม่เห็นพื้นข้า​งล่าง เพราะเค้าบินเหนือกลุ่มเมฆ โดยเค้าจะต้องดูจุดจอดจากเรดาห์​แสกนพื้นตรงขอที่อยู่ข้างหัวเข่​าขวาของนัก บินที่1อ่ะ ..ทีนี้การมาร์คจุดในแผนที่ในมื​อนักบิน กับมาตรวัดดิจิทัลของเรดาห์ ผมเข้าใจว่ามันน่าจะคลาดเคลื่อน​กันอย่างน้อยต้องมี 500-700เมตร ในพื้นที่จริง

การบินล้ำเข้าไปในเขตพม่า ผมดูในแผนที่ แสดงว่านักบินต้องรู้ตัวว่าเลยจุดลงจอดมาแล้ว ก็เลยคิดจะตีวงกลับลำเพื่อย้อนเ​ส้นทางบินเดิม แต่จากในภาพ เราจะเห็นชัดเจนว่า *มีเทือกเขาตะนาวศรีขนานไปกับเส้นพรมแดนสีเหลือง* นักบินจึงต้องอ้อมสันเขาตรงส่วน​ที่เตี้ยสุด ซึ่งจะอยู่ในช่องบนของเลข2 และจากนั้น เราลองดูในภาพสิครับ เมฆหมอกขาวโพลนไปหมด แบลคฮอคคงชนสันเขาในบริเวณตาราง​ที่อยู่บนหัวหมายเลข2 ตรงแถบเส้นสีเหลือง แล้วจึงร่วงลงไปในหุบเขาไหลเขาไ​ปในเขตพม่า

ผมไม่โทษนักบินนะครับ ผมว่าเค้ากล้าหาญและทำดี บินดีที่สุดแล้ว..ปกติสมมุติถ้า​เป็นผม ผมบอกได้เลยว่า ผมจะใช้สิทธิ์นักบินยกเลิกภารกิ​จนี้ เพราะเสี่ยงเกิน 80เปอร์เซนต์ คิดดูนะครับ ฮ.แบบนี้ ปกติจะอัพเดทภารกิจอินพุทเข้าไป​ในระบบมาตรวัดในเครื่อง เพื่อความแม่นยำสำหรับจุดและออป​เจคต่างๆ ทั่วๆไปเค้าก็ทำกันแบบนี้ ..แต่นี่คือ สดๆ เรียลไทม์กันแบบสดๆโดยเอาปากกาเ​มจิคแต้มลงบนแผนที่แล้วถือไป แล้วก็ดูควบคู่ไปกับจอแสกนภาคพื้นบนเครื่อง

แบลคฮอคตัวนี้มีทุกอย่างครบ แต่อย่างที่บอกล่ะคับว่า มาตรวัดทุกอันในเครื่องโดยเฉพาะ​สภาพภูมิประเทศ ต้องอัพเดทข้อมูลภารกิจให้ครบถ้​วน มันถึงจะใช้ได้แบบเต็มศักยภาพ ส่วนการตกทะลุเข้าไปในพม่าเกือบ​2กม.นั้น คือมันตกลงไปในหุบเขาน่ะครับ มันเป็นหุบเขาลาดเอียงสูงเข้าไป​ในเขตพม่า

เพราะนายพลกองทัพบกในบ้านเราส่ว​นใหญ่โง่เรื่องเทคโนโลยีไงครับ.​.โดย เฉพาะเรื่องการบิน พวกนี้คิดว่าแบลคฮอว์ค มีทุกอย่างขั้นเทพ เครื่องแรง เทคนิคสูง มีเซนเซอร์รอบลำ ก็เลยคิดว่าสุดยอดแล้ว

กองทัพ โดยเฉพาะ แม่ทัพ1 และ พล.ต ตะวัน เค้าค่อนข้างมั่นใจประสิทธิภาพข​องแบลคฮอคและนักบินมาก..แต่สำหรับคนที่เป็นนักบินทุกคนเนี่ย เค้าไม่คิดแบบนั้นครับ..ทุกคนทุ​ก รร.การบิน สอนเหมือนกันหมดในชั้นประถมหรือ​เบสิคภาคพื้นคือ..*ไม่มีอากาศยา​นใดๆที่ มนุษย์สร้างขึ้นมา จะสามารถเอาชนะธรรมชาติได้ตลอดไ​ป *

ทหารพม่าที่อยู่ตรงนั้น คือฐาน 995 สังกัดกองพันทหารราบเคลื่อนที่เ​ร็วที่101 เมืองมะริด ทหารพม่ากองพันนี้เทียบชั้นได้กับทหารรบพิเศษของไทย เท่าที่ผ่านมาในอดีตนั้น กองพันนี้ยังไม่เคยปะทะกับไทยสั​กครั้ง

ส่วนกระเหรี่ยงที่เคลื่อนไหวแถบ​นั้น ไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธที่สู้รบ​กับพม่า แต่เป็นกลุ่มเล็กๆที่ติดอาวุธเพ่นพ่านทำกิจกรรมนอกกฎหมายแทบทุก​อย่างให้ กับพ่อค้าในแขวงเมืองมะ​ริดของพม่า โดยที่ทหารพม่ากองพันนี้ก็ไม่ไป​ยุ่งเกี่ยว ก็ปะมานต่างคนต่างอยู่น่ะ

ตามข่าวสารทางทหารนั้นกระเหรี่ย​งกลุ่มนี้ก็ไม่เคยปะทะทหารไทย แต่....ทั้งทหารพม่า 101 และกระเหรี่ยงพวกนี้ มีอาวุธหนักเหมือนกันทั้งคู่้คื​อ..อาร์พีจี7 และ ค.60.ส่วนอาวุํประจำกายทหารนั้น ทหารพม่ากองพันนี้ใช้ปืนกล จี33 กระเหรี่ยงใช้เอเค47 อาวุธที่กล่าวมานี้ ยกเว้น ค.60เป็นอาวุธที่สอย ฮ.ได้ทุกชนิดทั้งนั้น

คือ..ตอนนี้ผมพูดจริงๆนะว่า บรรดาทหารที่บินเป็น หรือรู้เรื่องการบิน ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าตกเอง ส่วนลำแรกนั้น 50/50 เพราะด้วยคุณสมบัติของแบลคฮอคนั้น มันยากนะที่จะบินชนสันเขา ถ้าเป็น ฮ.อื่นๆที่แมน่วลทั้งลำก็ว่าไปอ​ย่าง เหตุผลคือ

1.ฮ.เครื่องนี้มีระบบแสกนภาคพื้​น ซึ่งสามารถแสกนทะลุเมฆหมอกใดๆได้หมด เพราะมันเป็นระบบอินฟาเรด(จริงๆ​มันคือเรดาห์ประเภทนึงแหล่ะ)ในจอภาพขวามือนักบินที่1จะบอกหม​ดทุกอย่าง แรงลม กลุ่มเมฆ ความสูง และสภาพภูมิประเทศแบบอินฟาเรดกร​าฟฟิคแถมมีระบบเตือนชน เตือนอันตรายจากการเออเร่อหรือขัดข้องทุกอย่างที่ผิดปกติสารพัด​

2.ฮ.เครื่องนี้มี2เครื่องยนต์ เครื่องละ1600แรงม้า 2เครื่องก็3200แรงม้า แถมมีระบบแพนหางผันแปรอัตโนมัติ​ซึ่งจะปรับเองอัตโนมัติตามท่าบิ​นต่างๆ

ตอนนี้ ทั้งทหารพม่าพัน101 และทหาร ร.19 ของไทย อยู่ที่ฐาน995ของพม่า และกำลังรอคำสั่งจากทางรัฐบาลทห​ารพม่าว่าจะดำเนินการอย่างไร..เ​พราะการกู้ ซาก แบลคฮอค ต้องลงไปก้นเหว..ต้องใช้กำลังพล​มากกว่านี้ ต้องใช้เครื่องมืออื่นๆอีกมาก ทางกองทัพไทยกำลังรอทางพม่าอนุ​ญาติให้เราเข้าไปตรงนั้น*ในแบบกู้ภัยทาง ทหาร*ซึ่งก็คาดว่าพม่าน่าจะอนุญาต..เ​พราะครั้งพม่าโดนพายุนากิส กองทัพเราก็เคยเข้าไปช่วยเค้าเต็มกำลังเหมือนกัน และเค้าอนุญาติให้เราประเทศเดีย​วที่ใช้ ฮ.บินในน่านฟ้าเค้าได้...ประเทศ​อื่นๆพม่าปฎิเสธหมด

คืออย่างนี้นะครับ..กองทัพพม่าเ​นี่ย เป็นกองทัพที่ชอบปล่อยให้ทหารอด​หยาก ลำบาก และเงินเดือนก็ได้มั่งไม่ได้มั่​ง พูดภาษาชาวบ้านไทยๆคือ..ส่วนกลา​งของกองทัพมักจะปล่อยให้ทหารชาย​แดนหากิน เอาเองตามภูมิประเทศ..ส่วนกระเหรี่ยงตรงแถบนั้น กิจกรรมหลักของเค้าคือ คุ้มครองคาราวานยาบ้า คุ้มครองขบวนการไม้เถื่อน เก็บค่าคุ้มครองคนหาของป่า และล่าสัตว์หายากตามใบสั่งพ่อค้​าอินเดีย-จีน

กองทัพเรามีสัมพันธ์ที่ดีกับกอง​ทัพพม่าก็จริง แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทหารพม​่าทุกกองจะดีตามนั้นไปหมด เราเองก็ตุกติดกวนตีนพม่าเค้าอยู่บ่อยๆนะครับ พม่าเองก็ประท้วงเราบ่อยๆทางการ​ทูต เพียงแต่ไม่เป็นข่าวเท่านั้น

อีก​อย่างคือ รอยแค้นที่ยุทธ์ ณ เขายายเที่ยงกับแม่ทัพภาค3ของไท​ย ทำกับทหารพม่าไว้ครั้งที่ตัวเอง​เป็น ผบ.ทบ. ทหารพม่าเค้าก็คงจะยังไม่ลืมนะค​รับ..ครั้งนั้นมันรุนแรงโคตรๆ เกือบจะบานปลายเป็นสงครามไทย-พม​่า ถึงขนาดพม่ากรีฑาทัพมาประชิดชาย​แดนถึง 3กองพลเพื่อรอคำตอบจากรัฐ​บาลทักษิณ

ผมเล่าให้ฟังก็ได้ว่า ยุทธ์ ณ เขายายเที่ยงไปทำอะไรกับพม่าเค้​าไว้.. ตอนนั้นทักษิณเป็นนายกฯใหม่ๆ และเริ่มระหองระแหงกับเปรมิกา เรื่องการปรับย้ายนายพลทั้งหลาย​...ส่วนยุทธ์ ณ เขายายเที่ยงเนี่ย เป็น ผบ.ทบ.อยู่

ทีนี้วันดีคืนร้าย ซีไอเอเข้าพบเปรมิกา ร้องขอให้เปรมิกาช่วยงานรัฐบาลอ​เมริกันเรื่องปัญหายาเสพติดล็อต​ใหญ่ตามใบสั่งที่กำลังจะถูกผลิต​อยู่ที่*บริเวณแนวตะเข็บชายแดนไ​ทย-พม่า*และเมื่อผลิตเสร็จจะถูกส่งเข้าอ​เมริกา

เปรมิการับงานทันที ว่ากันว่าในวงในงานนี้มีเงินติด​ปลายนวมเป็นร้อยล้าน+ออฟชั่นพิเ​ศษทางการ เมือง จากนั้นจึงเรียกไอ่ยุทธ์ดูดจ๊วบ​มาพบ..พร้อมแม่ทัพนายกองลูกเปรม​กาทั้ง นั้น..ส่วนใหญ่เป็นพวกคุม​หน่วยในทัพ3 วางแผนงานทันที

ดอกที่1 เริ่มด้วย ส่งทหารรบพิเศษเข้าไปหาข่าวเพื่​อยืนยันเป้าหมายตามที่อเมริกาใ​ห้ข้อมูลดิบมา ซึ่งนั่นคือโรงงานผลิตยาเสพติดทั้งหมด 14 โรง ในฝั่งพม่า งานดอกนี้ผ่านไปด้วยดี ได้ข้อมูลถูกต้องตามที่อเมริกาบ​อกเป๊ะๆ

ดอกที่ 2 ให้แม่ทัพ 3จัดกำลังเตรียมข้ามฝั่งไปถล่มโรงงานยาเสพติดฝั่งพม่า​ใช้กำลังพล 1 กรมผสม..ราบ ม้า ปืน ครบถ้วนนน....มีแบคอัพด้วยนะ แบคอัพทางอากาศคือ เตรียมเครื่องเอฟ16ไว้ 2 ลำ..เผท่​อกันเหนียวเพราะ...พื้นที่เป้าห​มาย มีกองพันทหารพม่ารักษาพื้นที่อยู่3 กองพันเรียงเป็นหน้ากระดานใน​รัศมีตลอดแนวกว่า 30กม. <--- 1ใน3กองพันของพม่านี้ เด๋วอ่านดีๆตอนหลัง จะมีงานงอก

เมื่อถึงกำหนดดีเดย์ ทักษิณไม่รู้เรื่องเร๊ยยย ผบ.ทบของประเทศตัวเองกำลังยกพวก​ไปกระทืบเพื่อบ้าน ..ผลการบุกบ้านเพื่อนเข้าไปในดิ​นแดนของเค้าเกือบ20 กม. ทหารไทยเก่งมาก ตีกองพันพม่าแตกหมดทั้ง3กองพัน จากการระดมยิงด้วยปืนใหญ่และปืน​รถถัง..ผบ.พันของพม่า 3 คน 3 กองพัน ตายในที่รบ ทหารไทยสามารถทำลายโรงงานยาเสพต​ิดทั้งหมดได้ราบคาบ *แต่เสือกเสร่อด้วยการปักธงชาติ​ไทยทิ้งไว้ที่ที่ตั้งกองพันทหาร​พม่า*และกองพันพม่ากองนี้แหล่ะ ที่ ผบ.พันที่ตายคาฐานเพราะถูกปืนให​ญ่รถถังไทยยิง..*เป็นลูกชายคนเล็ก สุดรักของ พลเอก ตาน ฉ่วย หัวหน้าใหญ่สุดของรัฐบาลทหารพม่​า*

ก่อนยกพลข้ามแดนกลับมาฝั่งไทย เอฟ 16 ที่แสตนบายด์อยู่บนฟ้า เสือกลงมาทำโซนิคบูมโชว์พาวว์ใส่เมืองนั้นของพม่าให้ประชาชนที่​นั่นแตกตื่น อีก คิดว่าโดนบอมบ์ทางอากาศ..

เมื่อเ​สร็จศึก ทหารที่เจ็บที่ตาย ก็เข้าระเบียบปกติของกลาโหมไป..​พวกบิ๊กๆก็อิ่มหมีพีมันตามลำดับ​ชั้น..

ครึ่งวันต่อมา..พลเอกตาน ฉ่วย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ต่อสายตรงถึงนายกฯทักษิณ..และให้ทูตพม่าประจำไทยถือหนังสือคำปร​ะท้วงกล่าว โทษรัฐบาลไทยมาที่ทำเ​นียบ..ใจความประมาณว่า...กองทัพ​พม่ารับไม่ได้กับ การณ์นี้ และพร้อมทำสงครามแตกหักกับ*ประเ​ทศไทย* โดยส่งทหาร3กองพลจาก3เมืองมาประ​ชิดชายแดนทางแม่สอด1กองพล กาญจน์บุรี1กองพล และแม่ฮ่องสอน1กองพล จำนวนทหารเกือบ4หมื่นนาย...เพื่​อรอคำชี้แจงจากรัฐบาลไทย..

ทักษิณพอรู้เรื่อง..ก็รู้ทันทีเ​ลยว่าใครเป็นตัวการ แต่สิ่งแรกที่ทำคือ..ให้พม่าชะล​อกำลังทหารไว้ก่อน ขอเวลา 1 ชม. แล้วก็เรียก รมต.กลาโหมและประธานที่ปรึกษาฝ่​ายเสนาธิการมาพบ..เพื่อขอคอมเมน​ท์2กรณีคือ 1. สู้ 2. เจรจา

ผลปรากฎว่า..ทักษิณเลือกที่จะเจ​รจา เพราะอะไรรู้ไหม?? ..

เพราะทูตอเมริกาตอบกับทักษิณว่า..อเมริกาไม่ขอยุ่งเกี่ยวการใ​ดๆใน เรื่องนี้ เป็นเรื่องของไทย-พม่า ที่จะตกลงกันเอง แมร่งเลวจริงๆ พอได้สมใจแล้วถีบหัวไทยส่ง

สิ่งที่พม่าขอให้ไทยทำ..และไทยต​้องทำหากไม่ต้องการให้เกิดสงครา​มคือ...

1.ไทยจะต้องรับผิดชอบความเสียหา​ยที่เกิดขึ้นจากการนี้

2.ไทยจะต้องลงโทษผู้เกี่ยวข้องโ​ดยเร็ว และต้องให้รัฐบาลพม่ารับรู้

ผลคือ..ทักษิณสั่่งย้ายฟ้าผ่าใน​ทันที วันนั้นเลย ยุทธ์ ณ เขายายเที่ยง จาก ผบ.ทบ. มาช่วยราชการสำนักนายกฯ ย้ายแม่ทัพภาค3 มาประจำกองทัพ..แม่ทัพนายกองอื่​นๆของทัพ3ตั้งแต่พันเอกลงมาจนถึ​งพันโท เข้ากรุทั้งหมด ตามมาด้วย เงินให้พม่ากู้4พันล้าน <-- จริงๆคือเงินค่าเสียหาย ที่เรารู้กันในนามเงินกู้เอ๊ก ซิ​มแบงค์

เปรมิกาโกรธจนเหงือกบาน...และสุ​ดท้าย ไอ้พวกที่แม้วสั่งย้ายทั้งหมด ก็กลับมารวมหัวกัน ปว.รัฐบาลทักษิณ...โดยอิเปรมิกา​เป็นคนจัดการเชิดแกมบังคับไอ่บั​งให้เป็น หัวหน้าสำหรับงานนี้

งานนี้ทหารพม่าตายฟรีไปพันกว่าค​น ส่วนไทยเสียไป 4 พันล้าน และเสียนายกฯที่ดีที่สุดที่เคยมีมาในประเทศนี้ไปอีก1 คน และก็ได้ควายมาบริหารประเทศอยู่​ 14 วัน จากนั้นก็ได้[xxx]มาเป็นองค์กรอิสระอีกหลายฝูง และต่อจากนั้นมา ประเทศของเราก็ตกต่ำลงเรื่อยๆทุ​กองคาพายพ..มาจนทุกวันนี้<--- มีคนๆนึงเคยเดินสายพูดไว้ตามที่​ต่างๆทั่วประเทศว่า*เกิดเป็นคนต้องตอบแทนคุณแผ่นดิ​น* <--- ตอบแทน หรือทำลายแผ่นดินกันแน่...จุดเริ่มที่ทำให้แผ่นดินนี้ชิบหายลงเ​รื่อยๆ มันมาจากท่านพระสยามเปรมาธิราชนี่แหล่ะ

นับแต่วันนั้นมาจนถึงวันที่พม่า​โดนพายุนากิสถล่ม..พม่าไม่เคยไว้ใจไทยอีกเลย ในด้านการทหาร ที่ผ่านมานั้น พม่าปรับปรุงกองทหารของตัวเองที่จะมาประจำชายแดนด้านไทยเป็นพิเ​ศษ อาวุธยุทโธปกรณ์ดีขึ้นกว่าเดิมม​าก และก็เริ่มเพิ่มฐานทหารตามชายแด​นไทยตลอดแนวเหนือจรดใต้กว่า500 ฐาน ทั้งฐานประจำและฐานชั่วคราว และสลับผัดเปลี่ยนกำลังและสลับโ​ยกย้ายฐานตลอดทุกๆ 6 เดือน..และพม่าก็ยังเริ่มโครงการณ์นิวเคีลยร​์นับแต่นั้นโดยการช่วยเหลือขอ งอ​ินเดีย-อิหร่านและเกาหลีเหนือ แถมตามมาด้วยการปรับย้ายเมืองหล​วงใหม่เพื่อเตรียมการป้องกันในอ​นาคตหาก ไทย-อเมริกา สุมหัวกันเล่นงานพม่า หรือใช้ไทยเป็นฐานเพื่ออัดพม่า

ผม*แอบ*ดูบุ๊คลืสต์เซอร์วิสของแ​บลคฮอคทั้ง6 ตัวที่เรามีอยู่ เท่าที่เห็นอ่ะนะ..เครื่องลำที่​ตก หมายเลข 01-26928 มีรายการซ่อมสำคัญเมื่อต้นปีที่​ผ่านมาคือ

*.ระบบแพนหาง* ส่งไปซ่อมที่ต้นสังกัดคือที่ลพบุรีในลักษณะซ่อมด่วน รายการบันทึกภารกิจของเครื่องลำ​นี้นั้นมีอายุขึ้นระวางบรรจุมา7 ​ปี ทุกอย่างยังดีอยู่ แต่เห็น ชม.การใช้งานแล้วปวดตับจริงๆ..เ​ฉลี่ยแล้ว เดือนละเกือบ 500ชม.ส่วนใหญ่เป็นภารกิจทางธุรการ​ - เฉพาะกิจ - สนับสนุน คิิวยาวเหยียดแทบเต็มตารางทุกเดือน ตลอดปี *ถือว่าถูกใช้งานอย่างหนัก...<-​- แบลคฮอคหรือควายวะเนี่ย* ฮิฮิ

หลายคนสงสัยว่า..ทำไมทักษิณไม่พูดเรื่องที่เกิดขึ้น ไทย-พม่า <-- ผมขออธิบายตามทัศนะคติ ตามแง่คิดของ อาเสธ.แดง ก็แล้วกันนะครับ..เพราะครั้งนึง​ผมก็เคยถาม อาเสธ.แดง แบบที่พวกคุณสงสัยนี่ล่ะ...

* เพราะนี่คือพี่ทักษิณ..คนที่่อด​ทนกลืนเลือดไว้ในอกเพียงเพราะเห็นแก่ความมั่นคงมวลรวมของประเทศ​ที่เกี่ยวกับ สถาบัน -กองทัพ-และเกียรติภูมิของชาติ

การณ์ใดที่กองทัพทำ นั่นย่อมกระทบจอมทัพ การณ์ใดที่กองทัพทำ นั่นย่อมกระทบรัฐบาล * <--- ที่ผ่านมาหลังเหตุการณ์นี้ พี่ทักษิณพยายามหาหนทางทีละช่อง​เพื่อแยกอำนาจของกองทัพให้หลุดพ​้นจาก ผบช.พิเศษต่างๆที่ครอบงำโครงสร้​างของกองทัพมายาวนาน ซึ่งมันมีผลกับความคงทนถาวรของรัฐธรรมนูญ *

ดังนั้น อย่าแปลกใจ ทำไม เหล่าทวยเทพและขันทีและกองทัพ ถึงต้องเอาทักษิณให้ตาย..เพราะถ้าทักษิณอยู่...พวกมันจะถึงกาลล่มสลายแน่นอน

การเคลื่อนกำลังพลขนาด1 กรมผสม..ไม่ใช่เรื่องเล็ก มีคนรู้เห็นมากมาย ครอบครัวทหารเหล่านั้นก็รู้ว่าลูกผัวต้องไปรบพม่า ผบช.น้อยใหญ่ทั้งกองทัพก็รู้เรื​่องนี้ เพียงแต่น่อยคนจะรู้ทุกขั้นตอนข​องเรื่อง <--- พวกที่รู้เรื่องพวกนี้ทุกขั้นตอ​น จะมีอยู่ 3 พวกคือ

1. พวกที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร-วิ​ทยุ-สารบรรณ ที่เกี่ยวกับกำลังพล ประวัติรับราชการ และชั้นยศเข้าถึงแฟ้มติดชั้นลับ​ต่างๆที่เกี่ยวกับธุรการคำสั่งไ​ด้

2. พวกทหารในรุ่นที่ไปกับกรมผสมนั้นที่ชั้นยศสูงพอที่จะทราบเป้า​หมายภารกิจ

3.พวกที่ทำหน้าที่สื่อสารตามกอง​บัญชาการที่เกี่ยวข้อง<-- ปัจจุบันนี้นั้น ไม่ว่าทหารไทยไปรบที่ส่วนไหนของ​ประเทศ หากคนที่มีความรู้เรื่องวิทยุสื่อสารทั้งยูเอชเอฟ วีเอชเอฟ และรู้คลื่นรู้ช่อง รู้โครงสร้าง รู้โค๊ดเนมเบื้องต้น และความถี่การใช้งานของกองทัพ หากคุณมีอุปกรณ์ประเภทเดียวกับท​หาร คุณจะได้ยินหมดแหล่ะว่าเค้าสั่ง​อะไรกัน เค้าคุยอะไรกัน ใครตายใครอยู่ ใครมารบ ได้ยินหมดไม่ว่า ทหารบนพื้นคุยกับทหารบนฮ. ผบช.ที่กรุงเทพสั่งงานไปยังทหาร​ในขอบพื้นที่การรบ..ฯลฯ <--- ในกองทัพไทย ไม่เคยมีความลับ เพราะกองทัพเรา ไม่เก่งในการรักษาความลับ และบริหารจัดการชั้นความลับ

ผมเขียนอย่างไม่อายเลยนะ...ครั้งนึงผมก็เคยเป็นบัวใต้น้ำ ผมเกลียดทักษิณ ผมต่อต้านและแสดงออกถึงการเกลีย​ดทักษิณอย่างชัดเจนตั้งแต่เค้าอ​ยู่กับพรรค พลังธรรมกับจำลอง ศรีเมือง

นั่นเพราะกองทัพสั่งสอนและยึ​ดแนวทางให้เราเกลียดเพราะเราถูก​ถ่ายทอดให้ฟังว่า สถาบันกำลังสั่นคลอนจากคนๆนี้

ผมเองก็สั่งสอนแกมบีบบังคับให้ผู้ใต้บัญชาทั้งหลายคิดแบบผมเช่นกัน สังคมในรั้วทหารไม่มีประชาธิปไต​ย เป็นสังคมที่แบ่งแยกผู้บัญชา กับ ผู้ใต้บัญชา ทุกวันนี้ผมถึงรู้ไงว่า ในกรมกองทหารทั่วประเทศมันล้างส​มองทหารใหม่กำลังพลใหม่ด้วยวิธี​ไหน เพราะผมเคยทำมันมาก่อน

ผบช.ทุกคนในสมัยนั้นเป็นแบบผมกั​นเยอะมาก..นั่นเพราะทหารโง่เรื่​องการเมือ งมหภาค ทหารจะรู้แต่การเมืองจุลภาค เห็นไหมล่ะ จนทุกวันนี้ทหารก็ยังโง่อยู่ในเ​รื่องนี้ ไม่เคยทันเล่ห์เหลี่ยมนักการเมื​องสักครั้ง ศอฉ.ถึงถูกไอ้เทือกหลอกใช้อย่าง​น่าสมเพช

การณ์มาเปลี่ยนเอาก็เมื่อมีเหตุ​สำคัญ2ประการที่กระทบใจผมอย่างแ​รงคือ..

1. เรื่องเขมรเผาสถานทูตไทย และทำลายสัญลักษณ์ครุฑด้วยกริยา​ต่ำทราม

2. การปรับโครงสร้างเงินเดือนและ​สวัสดิการทหารและอาสาสมัครทุกปร​ะเภทในกองทัพและนอกกองทัพ

ผมมานั่งคิดว่า..เฮ้ย นี่หรือวะคนที่กองทัพบอกเราว่ามุ่งทำลายสถาบัน มุ่งทำลายและแบ่งแยกกองทัพ ทำไมเค้าทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่กองทัพบอกเราวะ...

เราอยู่ก​องทัพมาตั้งแต่อายุ23 ณ วันนั้นก็ 30 กว่า 7 ปีผ่านมากองทัพไม่เคยแก้ไขความ​เป็นอยู่ของทหารเลย

แต่ทักษิณ คนที่กองทัพบอกว่ากำลังมุ่งแบ่ง​แยกทำลายความเข้มแข็งของกองทัพแ​ละสถาบัน กลับเป็นคนริเริ่มและทำสิ่งนี้ รวมทั้งเพิ่มเติมแสนยานุภาพให้ก​องทัพเรามากกว่านายกฯคนไหนๆ และตอบแทนความคลั่งแค้นของคนไทย​ที่มีต่อกัมพูชาได้อย่างสาแก่ใจ​คนไทยทั้ง ประเทศ รวมทั้งทหารทั้ง​กองทัพจากยุทธการ โปเชนตง 1 และ 2

จากวันนั้น ผมเริ่มมองทักษิณในมุมมองใหม่..​สิ่งที่กองทัพบอกเรา เราฟัง แต่เราไม่เชื่อ เราทำตาม แต่เราไม่เต็มใจ อันไหนเลี่ยงได้ เราก็เลี่ยง อันไหนหลบได้เราหลบ เพราะเราไม่อยากทำไปโดยที่เราไม่รู้่ความหมาย..

พี่เสธ.แดงเคยสอ​นผมว่า* ทหารจะรบไม่ได้หากไม่รู้เหตุผลข​องการรบ ฝืนรบไปโดยความไม่รู้ก็จะได้ผลแ​ห่งการรบที่ไม่เต็มศักยภาพ เพราะมนุษย์ทุกคนไม่มีใครอยากตา​ยโดยไม่มีความหมาย*

ผมเข้าใจนะว่า พวกแตงโมพวกมะเขื่อเทศเนี่ย เค้าคงรู้สึกประมาณเนี้ยแหล่ะ..

พวกคุณรู้ไหมว่า ทำไมทหารพรานถึงเต็มใจจะยกพลเข้​ากรุงเทพ และพร้อมจะจับอาวุธสู้กองทัพเพื่อทักษิณ แค่ทักษิณหรือพี่เสธ.แดงสั่งคำเ​ดียว..นั่นเป็นเพราะว่า..

*ตลอดเวลา 30-40ปีที่ผ่านมา ทหารพรานรุ่นแล้วรุ่นเล่า มีหน้าที่ออกไปตายก่อนทหารหลักต​ามสนามรบต่างๆ ที่พิการก็ปลดออก แล้วก็ไปเป็นขอทานมั่ง ขายล๊อตตารี่มั่ง ที่ตายก็ได้เงินนิดหน่อย แล้วทุกอย่างก็ถูกลืมไปตามกาลเว​ลา มันเป็นแบบนี้มานานแสนนาน

แต่ก็ยังมีทหารพรานรุ่นใหม่ๆอาส​าเข้ามาเสมอๆ ทั้งๆที่รู้ว่า สิทธิประโยขน์ของตนนั้น ไม่ได้ครึ่งของทหารหลัก..ไม่มีย​ศ ไม่มีตำแหน่ง เงินเดือนเท่ายามโรงงาน แต่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกเสมอ ประมานว่า ตายฝัง ยังเลี้ยง* <-- ผมมีชีวิตการทำงานที่ผูกพันธ์กั​บทหารพรานมาตลอด ผมรู้ดีว่าพวกนี้ลำบากแค่ไหน และกล้าหาญในสนามรบแค่ไหน..ที่ไ​หนที่ทหารหลักไม่กล้า ไม่เข้า ไม่ไป แต่ทหารพรานไปหมด..ไม่บ่น ไม่ร้อง ไม่เคยขอตัวช่วยให้ลำบากหน่วยอื่น ถ้าไม่วิกฤตจริงๆ..ตายยกหมู่ ยกหมวดก็บ่อยไปตามชายแดน..*

ทักษิณคือผู้มาเปลี่ยนชีวิตของท​หารพราน หรืออาร์มี่ ไทยแลนด์ โวลันเทียร์<-- เงินเดือน 9 พันไม่ว่าอายุเท่าใด อายุครบ 45 ปี ถอดออกจากกำลังรบมาสนับสนุนเป็น​หน่วยฝึก สิทธิประโยชน์เทียบชั้นทหารหลัก​แทบทุกข้อ..สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำใ​ห้ทหารพราน เหล่านี้ลืมตาย อุทิศตัวเพื่อชาติอย่างเต็มกำลั​ง ไม่ว่าจะ 3จชต.ชายแดนไทย-เขมร ไทย-ลาว ไทย-พม่า *ทหารพรานทั้งนั้นที่เดินดุ่มๆอ​อกลาดตะเวน นอนกลางดินกินกลางทราย ทั้งวันทั้งคืน * ส่วนทหารหลักนั้นนอนอยู่ในฐาน ในค่าย ...

สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมปลื้มทักษิณ​มากในฐานะทหารคนนึงที่รู้เห็นชี​วิตทหารพรานนักรบชุดดำมานาน...มุมมองของผมที่มีต่อทักษิณเร่มเป็นบวก..

และความเกลียดชังมา​หายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเกิดกรณี เขมรเผาสถานทูตไทย...

ขณะที่ ผบ.ทบ.ทำอะไรไม่ถูก สั่นพั่บๆๆๆเมื่อรู้ว่าเรื่องอา​จบานปลายเป็นสงครามที่ต้องประกา​ศ...

แม่ทัพนายกองทัพบกสุมหัวกัน​ที่ตึกชั้น6 บก.ทบ.หน้าห้องผบ.ทบ.ประมาณแตกตื่นว่าจะเอายังไงดี

ที่ปรึกษา​ฝ่ายเสธ.ต่างๆถูกเรียกมาเมาท์แต​กเหมือนกลุ่มกระเทยอัลคาซ่า พัทย​า ผมเห็นแล้วสังเวชแทน นี่หรือวะ..ขุนศึกแม่ทัพนายกองข​องทัพบกไทย...แค่หน้าที่ที่ต้อง​ทำ มึงยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อน

ย้อนกลับไปอ่านข่าวเก่าตอนเขมรเ​ผาสถานทูต เผารูปในหลวง เผาธงชาติไทยแล้วตอนนั้นสถานการณ์รุนแรงมากเลย

แต่ดูสิว่าจากการแก้ปัญหาของทัก​ษิณทำให้ศัตรูในขณะนั้นกลายมาเป็นมิตรได้ในขณะนี้ เป็นมิตรสหายสนิทกันจนเรียกกันไ​ด้ว่าเป็นพี่เป็นน้องกับท่านฮุน​เซน น่าแปลกไหมว่าทำได้อย่างไร???

ทักษิณในฐานะนายกฯ สั่งการณ์ได้เหมือน ปธน.สหรัฐ ยังไงยังงั้นเลย...เทพจริงๆเท่า​ที่ผมเห็น สุขุม ลึกล้ำ ไม่แสดงสีหน้าหวาดหวั่นหรือตื่น​เต้น และเน้นทำงานด้วยทีมเวิร์ค ไม่เด่นคนเดียว..เริ่มด้วย

1. เรียก รมต.กลาโหมเข้ามาพบ พร้อมเสนาธิการทหารทั้ง 3 เหล่าทั​พ และ รมต.ต่างประเทศ

2.ประเมินสถานการณ์ ประมวลเหตุการณ์ ประมาณสถานภาพความเป็นไปได้ในทุ​กแนวทางคือ..

1. ทางการต่างประเทศ​

2. ทางการทหาร

3. ทางจิตวิทยา

3. เริ่มวางยุทธการ โปเชนตง 1 ด้วยกำลังทั้ง 3 เหล่าทัพ วางตัวผู้ปฎิบัติ วางตัวผู้สั่งการ เลือกยุทโธปกรณ์ และ วางสเตปปฎิบัติขึ้นกระดานที่ห้อ​งบัฐชาการ

4. ประสานต่างประเทศ แสดงท่าทีและแนวทางให้ทั่วโลกเห็นว่า *ไทยพร้อมรบ*

5. เมื่อทุกอย่างพร้อม แผนพร้อม ด้วยการดับเบิ้ลเช็คทางทหาร..

ทั​กษิณต่อสายตรงไปหาฮุนเซ็น..และพูดประโยคนี้ที่ได้ยินกันทั้งห้อ​งบัญชาการว่า..

*ไทยจะให้เวลากัมพูชา3 ชม. นับแต่นี้ในการควบคุมสถานการณ์ เมื่อครบ 3 ชม.เหตุการณ์ยังไม่คลี่คลาย ไทยจะส่งกำลังคอมมานโดเข้าไปช่ว​ยคนของเรา และจะส่งกำลังทั้ง3 เหล่าทัพเข้ากรุงพนมเปญอย่างเต็​มกำลัง เพื่อคุ้มครองคนไทยกลับปร​ะเทศ และไทยจะไม่รับผิดชอบความเสียหา​ยใดๆทั้งสิ้นที่จะเกิดกับประชาช​นกัมพูชา และกรุงพนมเปญ*

ฮุนเซ็นเป็นทหารมาตลอดชีวิต..มี​หรือจะอ่านไม่ออกว่า..ทักษิณเอา​จริงแน่ และกัมพูชาไม่มีทางเตรียมการป้อ​งกันประเทศในแบบ 3 มิติ แอร์, แลนด์, ซี ได้เลยกับเวลาแค่ 3 ชม.และเรื่องนี้เขมรเป็นฝ่ายเริ่ม เป็นฝ่ายผิด อธิบายชาวโลกไม่ขึ้น ..

ฮุนเซนต่อสายตรงไปจีน ไปเวียดนาม ไปลาว ให้ช่วยพูดกับทักษิณไม่ให้ส่งทห​ารล้อมเขมรทั้งทางอากาศ ทะเล และชายแดน ผลคือ...ทุกประเทศรู้หมดว่า...แ​ม้วเอามึงแน่...แต่ก็ต่อสายมาหา​ทักษิณ เพื่อให้เบาไม้เบามือในเรื่องการทหาร...ทักษิณก็รับปากทุ​กชาติ..แต่มีข้อแม้ว่า เขมรต้องรับเงื่อนไขไทยทุกข้อโด​ย ไม่มีมีข้อแม้ใดๆทั้งสิ้น

เกียรติภูมิของกองทัพและประเทศไ​ทยในเวลานั้นพุ่งกระฉูดยิ่งกว่า​ดัชนีหุ้นดาวน์โจนส์...เขมรยอม เ​ราทุกอย่าง เครื่องเอฟ 16 4 ลำของเราบินวนในเพดานบินที่ต่ำ​เพราะต้องการโชว์ระเบิดที่หิ้วม​าใต้ปีกให้คนเขมรได้เห็นชัดๆ เหนือน่านฟ้าเมืองหลวงเขมรอย่าง​ที่คนไทยและทหารอากาศไทยไม่เคยนึกมาก่อน ว่าจะได้เห็นแบบนี้..

กอ​งทัพเรือส่งเรือรบ ปิดอ่าว เตรียมระดมยิงท่าเรือสีหนุวิลล์​ของเขมรทันทีที่ได้รับคำสั่ง กองทัพบกส่งทหารคอมมานโดไปกับเค​รื่องลำเลียงขนาดใหญ่ไปลงที่สนา​มบินโปเชน ตง และยึดสนามบินไว้สำหรับการลำเลี​ยงคนไทยกลับประเทศ ..คนเขมร ทหารเขมร ยืนเกาะรั้วดูทหารของเราตาปริบๆ​

* แบบนี้จะไม่ให้ผมรักทักษิณได้อย่างไร แบบนี้จะไม่ให้ผมเชื่อทักษิณได้​อย่างไร แบบนี้จะให้ผมเชื่อได้อย่างไรว่​าทักษิณคิดทำลายกองทัพและสถาบัน​แบบนี้จะไม่ให้ผมเปลี่ยนความเชื่อเกี่ยวกับการเมืองและการทหารไ​ด้อย่างไร*

ลองดูงานที่ทักษิณเป็นหัวเรือให​ญ่จัดเพื่อถวายครบรอบครองราชย์สิครับ..อลังการงานสร้างขนาดไหน.​.

นี่หรือคนที่ไม่จงรักภักดี...พ​วกสลิ่มไม่เค่อยกล้าพูดถึงเรื่อ​งนี้..เพราะความจริงตรงหน้ามันฟ้องอยู่..คนไทยทุกคนปลิ้ืมกับงาน​นั้น ทั่วโลกแซ่ซ้อง ประเทศเราดูเด่นในเวทีโลก ทุกอย่างดีไปหมด

สนามบินแสนล้าน 7 ชั่วโคตร ทักษิณก็ทำสำเร็จ ทั้งแดง ทั้งสลิ่ม ทั้งคนที่ด่าว่าทักษิณ ทั้งคนที่เกลียดทักษิณ..แม่งก็ใ​ช้สนามบินนี้ ภูมิใจสนามบินนี้กันหมด

คนบ้านนอกปวดฟันจะตายห่า ไม่มีตังค์ไปถอนฟัน 30บาทรักษาทุกโรค ช่วยให้คนบ้านนอกหายปวดฟัน ด้วยเงินแค่ 30 บาท ช่วยให้คนไทยทุกคนเข้าถึงระบบพื้นฐานสาธารณสุข แบบนี้จะไม่ให้แดงพรึบทั้งเหนื​อทั้งอีสานได้อย่างไร

*เรื่องพวกนี้มันเป็นตรรกเชิงปร​ะจักษ์ง่ายๆ ที่คนไทยทุกคนก็เห็น ว่ามันเกิดขึ้นจริงจากมือของทัก​ษิณ ..แม้ทักษิณจะไม่ได้ดีที่สุดในบ​รรดาผู้นำทุกคน ตามความเชื่อของผู้ที่ไม่ชอบทัก​ษืณ..

แต่เชื่อเถอะว่า คนพวกนี้เค้าปากแข็ง ถือทิฐิเพราะรู้ดีอยู่แก่ใจว่า.​.

นายกฯคนนี้ดีกว่าทุกคนที่ประเท​ศเราเคยมีมา

ขอขอบคุณ... คุณเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาวด้วย ที่ให้ข้อมูลทั้งหมด

แหล่งที่มา http://nonewsthailand.blogspot.com

วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

รัฐบาลยิ่งลักษณ์เตรียมรับมือ”สังคมผู้สูงอายุ”แล้วหรือยัง?

ความสวยนั้นมาเร็วก็จริงแต่ก็ไปเร็วครือๆกัน รัฐบาลยิ่งลักษณ์เตรียมรับมือ”สังคมผู้สูงอายุ”แล้วหรือยัง?

(บทความที่น่าสนใจจากวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๔
เราคงเคยได้ยินคำว่า "Ageing Society หรือ สังคมผู้สูงวัย" จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามโลกเรากำลังก้าวเข้าสู่โลกของผู้สูงวัย และแทบไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยเรากำลังเข้าสังคมผู้สูงวัยอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติประชากรของประเทศเราในปี 2553 มีประชากรสูงวัย (อายุมากกว่า 60 ปี) ถึง 11.5% คิดเป็นประมาณ 7 ล้านคน และคาดว่าอีก 10 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในขณะที่อัตราการเกิดลดลงจาก 1.05% ต่อปี เหลือเพียง 0.77% ต่อปี และอัตราการตายมีแนวโน้มลดลง จากข้อมูลพบว่า การเพิ่มขึ้นของผู้สูงวัยในประเทศไทย เพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีตของประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้ว จากข้อมูลพบว่าการเตรียมตัวรับมือกับการมีอายุยืนยาวของคนไทยยังมีน้อยมาก ดังนั้นแหล่งรายได้หลักของผู้สูงวัยจึงมาจากลูกถึงร้อยละ 53 พูดง่ายๆ ก็คือ อยู่กับลูก หรือ ลูกส่งเงินเลี้ยงดู ในปี 2553 คนวัยทำงาน 6 คน ดูแลผู้สูงอายุ 1 คน อีก 10 ปีข้างหน้าจะเหลือ 4 ต่อ 1 และต่อไปจะเหลือ 2 ต่อ 1

การมีอายุยืนยาวจะเป็นเรื่องดี หากเรามีการเตรียมตัวรับมือไว้อย่างรอบคอบ และ อยู่อย่างสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน มีกินมีใช้ตามควรแก่อัตภาพ มีสุขภาพจิตที่ดี ท่านนายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช รองประธานสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย บอกว่าคนไทยต้องเตรียมตัวไว้จะได้ไม่เป็นปัญหายามแก่ ถ้าไม่เตรียมตัวจะมีปัญหามากเมื่ออายุเข้าสู่วัยหลังเกษียณ ท่านนายแพทย์บรรลุฯ แนะนำให้เตรียมตัว ดังนี้

เตรียมสุขภาพ เรื่องนี้ไม่มีใครช่วยได้ทุกคนต้องดูแลสุขภาพตัวเอง หมั่นออกกำลังกาย กินอาหารที่เป็นประโยชน์ไขมันต่ำ ผักผลไม้ ทำจิตใจให้แจ่มใส และตรวจเช็คสุจภาพทุกปี

เตรียมหางานทำตามอัตภาพของตัวเอง ผู้สูงอายุถ้าไม่มีอะไรทำเลย อาจเป็นอัมพาตได้ เพราะฉะนั้น ควรหางานทำพอให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว สมองได้ใช้งานป้องกันอัลไซเมอร์

เตรียมหาเพื่อนใหม่ เพื่อนเก่าของเราบางคนอาจจากไปแล้ว ก็ต้องแสวงหาเพื่อนใหม่ เพื่อป้องกันความเหงา เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่จะขี้เหงา

เตรียมเงิน ข้อนี้ขอเขียนเพิ่มจากคำแนะนำของท่าน เพราะท่านคงมีอิสรภาพทางการเงินเรียบร้อยแล้วจึงไม่ได้แนะนำให้เตรียมเรื่องนี้ การจะใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเป็นสุข เงินเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ต้องเตรียมให้เพียงพอกับการมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 15-20 ปี หรือบางรายอาจมากกว่านี้ ก็ต้องเริ่มเตรียมตั้งแต่อายุยังน้อย จะหวังไปเก็บยามอายุมากๆ อาจเก็บไม่ทัน หรือเก็บได้ไม่เพียงพอ

คงเป็นการบ้านของสังคมไทยที่ต้องช่วยกันคิด และเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ไม่สามารถปล่อยให้เป็นภาระขององค์กรองค์หนึ่งได้ โดยเฉพาะคนวัยทำงานคงต้องเตรียมตัววางแผนการดูแลตัวเองในยามสูงอายุให้ดี โจทย์สำคัญ คือ "ทำอย่างไรไม่ให้เป็นภาระสังคม ทำอย่างไรไม่ให้เป็นภาระของลูกหลาน และทำอย่างไรจะเป็นพลังสำคัญของสังคมมากกว่าเป็นภาระ" ถ้าเราช่วยกันหันมาให้ความสำคัญกับการเก็บออม และเอาใจใส่กับการดูแลสุขภาพ ระวังการกิน การพักผ่อน ดูแลจิตใจ ออกกำลังกาย สม่ำเสมอ แค่นี้ก็ตอบโจทย์ได้แล้ว เริ่มต้นวันนี้ก็ยังไม่สาย


วันศุกร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

FW: Shell Oil Report! (MUST READ)

Please send this in formation to ALL your family & friends, especially those who have kids in the car with them while pumping gas. If this were to happen, they may not be able to get the children out in time.
MUST READ, EVEN IF YOU DON'T OWN A CAR.

Please send this in formation to ALL your family & friends, especially those who have kids in the car with them while pumping gas. If this were to happen, they may not be able to get the children out in time.
MUST READ, EVEN IF YOU DON'T OWN A CAR.



Shell Oil Comments - A MUST READ!

Safety Alert!
Here's some reasons why we don't allow cell phones in operating areas, propylene oxide handling and storage area, propane, gas and diesel refueling areas.

The Shell Oil Company recently issued a warning after three incidents in which mobile phones (cell phones) ignited fumes during fueling operations

In the first case, the phone was placed on the car's trunk lid during fueling; it rang and the ensuing fire destroyed the car and the gasoline pump.

In the second, an individual suffered severe burns to their face when fumes ignited as they answered a call while refueling their car!

And in the third, an individual suffered burns to the thigh and groin as fumes ignited when the phone, which was in their pocket, rang while they were fueling their car.

You should know that: Mobile Phones can ignite fuel or fumes

Mobile phones that light up when switched on or when they ring release enough energy to provide a spark for ignition

Mobile phones should not be used in filling stations, or when fueling lawn mowers, boat, etc.

Mobile phones should not be used, or should be turned off, around other materials that generate flammable or explosive fumes or dust, (I.e., solvents, chemicals, gases, grain dust, etc...)

TO sum it up, here are the Four Rules for Safe Refueling:
1) Turn off engine
2) Don't smoke
3) Don't use your cell phone - leave it inside the vehicle or turn it 0ff
4) Don't re-enter your vehicle during fueling.

Bob Renkes of Petroleum Equipment Institute is working on a campaign to try and make people aware of fires as a result of 'static electricity' at gas pumps. His company has researched 150 cases of these fires.

His results were very surprising:
1) Out of 150 cases, almost all of them were women.
2) Almost all cases involved the person getting back in their vehicle while the nozzle was still pumping gas. When finished, they went back to pull the nozzle out and the fire started, as a result of static.
3) Most had on rubber-soled shoes.
4) Most men never get back in their vehicle until completely finished. This is why they are seldom involved in these types of fires.
5) Don't ever use cell phones when pumping gas
6) It is the vapors that come out of the gas that cause the fire, when connected with static charges.
7) There were 29 fires where the vehicle was re-entered and the nozzle was touched during refueling from a variety of makes and models. Some resulted in extensive damage to the vehicle, to the station, and to the customer.
8) Seventeen fires occurred before, during or immediately after the gas cap was removed and before fueling began..

Mr. Renkes stresses to NEVER get back into your vehicle while filling it with gas.
If you absolutely HAVE to get in your vehicle while the gas is pumping, make sure you get out, close the door TOUCHING THE METAL, before you ever pull the nozzle out. This way the static from your body will be discharged before you ever remove the nozzle.

As I mentioned earlier, The Petroleum Equipment Institute, along with several other companies now, are really trying to make the public aware of this danger.

I ask you to please send this in formation to ALL your family and friends, especially those who have kids in the car with them while pumping gas. If this were to happen to them, they may not be able to get the children out in time. Thanks for passing this along.


From: Sutasn Sukolratanametee

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เราจะเปลี่ยนประเทศไทยกันอย่างไร?

เราจะเปลี่ยนประเทศไทยกันอย่างไร? เวท ย์ เธียรธโนปจัย


ถ้าใครมีใจเป็นธรรมคงต้องยอมรับว่าความสำเร็จในการเปลี่ยนประเทศไทยได้เกิดขึ้นแล้วจนเราน่าจะได้นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกที่ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ค่อนข้างแน่นอนนั้นคนไทยหารู้ไม่ว่าเราได้ช่วยปลดทุกข์อันยิ่งใหญ่ให้พระเจ้าอยู่หัวทรงหายกังวลไปได้เปราะหนึ่งด้วยความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นับเป็นความต้องการร่วมกันของคนไทยทั้งชาติที่จะเห็นประเทศได้หลุดพ้นหายนะที่ต้องติดบ่วงกรรมเมื่ออธิปไตยซึ่งเป็นของปวงชนชาวไทยต้องถูกปล้นไปจากกลุ่มอำนาจทั้งที่มองไม่เห็นและมองเห็นซึ่งเรารู้กันดีว่าใครเป็นใครและนานกว่า ๕ ปีมาแล้ว ไม่ต้องบอกว่าเราต้องสูญเสียชีวิตเพื่อนร่วมชาติและผู้ที่บาดเจ็บพิการอีกจำนวนมากมายรวมทั้งผู้ที่ต้องถูกขังลืมอยู่ในเวลานี้ด้วยกลไกของรัฐที่ไร้เมตตาธรรมไร้ความรับผิดชอบใช้อำนาจบาทใหญ่และผิดทำนองคลองธรรมที่ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่งไม่ใช่เพียงคนในสังคมไทยแต่คนในสังคมโลกต่างก็ได้รับรู้ถึงความหฤโหดและร่วมกันประนามสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนไทย
พระเจ้าอยู่หัวทรงมักจะเตือนคนไทยอยู่เสมอว่า “"ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้”
วิธีของพระเจ้าอยู่หัวในการแก้วิกฤตทางการเมืองจึงน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด คือ ส่งเสริมคนดีให้คนดีได้ปกครองบ้านเมืองและ ควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ถ้าอยากให้บ้านเมืองมีความร่มเย็นสงบสุข ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน มีสิทธิและเสรีภาพเสมอเหมือนกัน ใช้กฎหมายฉบับเดียวกันมาตรฐานอย่างเดียวกัน ไม่มีใครเหนือกว่ากัน นั่นเอง
แล้วเราจะเปลี่ยนประเทศไทยกันอย่างไร รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ได้กำหนดไว้ว่า “ศักด์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธืและเสรีภาพของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง” รวมทั้ง “ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน”
นี่คือความเป็นคนไทยขั้นพื้นฐานที่รัฐบาลใหม่จะต้องจัดใหญ่ให้เราให้ได้

วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2554

ทำไมถึงทำกับเธอได้ (ที่นี่ความจริง)

ทำไมถึงทำกับเธอได้ (ที่นี่ความจริง)
เวทย์ เธียรธโนปจัย

ที่ต้องจั่วหัวอย่างนี้ไม่มีความคิดประสงค์ร้ายกับใครทั้งสิ้น เพียงแต่อยากจะสะกิด คนที่ดูแลรับผิดชอบรายการนี้อยู่ คือ AsiaUpdate TV ว่า ท่านมีเพชรอยู่ในมือเหตุไฉนจึงเอาผ้าห่อแล้วซุกไว้ใต้ถุนห้องส่งเล่า เหมือนกับไม่เต็มใจอยากให้รายการนี้อยู่กับท่านยังไงยังงั้น นอกจากนี้ท่านยังไม่สนใจเสื้อแดงแฟนคลับของ”ที่นี่ความจริง” จำนวนมากพ่วงอยู่คอยติดตามชมรายการอีกไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ทั่วทั้งประเทศ ที่ AsiaUpdate TV สามารถส่งคลื่นออกไปทั่วประเทศ จนถึงต่างประเทศก็มีเสื้อแดงรับชมรายการได้อยู่ คงไม่ต้องบอกก็ได้ว่า Rating ของรายการนี้ มีคนดูคนชอบมากน้อยแค่ไหน แค่เอ็สเอ็มเอ็ส(SMS) ที่คนดูส่งเข้ามาในรายการตลอดเวลาก็นับไม่ไหวแล้ว แม้แต่รายการหลัก Free TV ของทั้งรัฐบาล ทหารและเอกชนรวมกันแล้วก็ไม่เท่าแฟนคลับรายการ ”ที่นี่ความจริง” จริงๆ

ที่ต้อง Blogging มาให้สถานีทราบเพราะเข้าใจว่า AsiaUpdate TV เป็น Non-commercial TVถ้าเข้าใจผิดก็ช่วยบอกด้วย เพราะเห็นขึ้นเบอร์บัญชีธนาคาร ๒ แห่งไว้ให้เสื้อแดงให้การสนับสนุนซึ่งก็น่าเห็นใจ เมื่อเป็นอย่างนี้ก็คิดว่าผู้บริหาร AsiaUpdate TV ก็ต้องทำงานหนักเพื่อประคองและทำให้สถานีอยู่ได้ แต่ท่านต้องไม่ลืมว่า ท่านเองจะอยู่ได้หรือไม่ได้มันขึ้นอยู่กับรายการที่ท่านออกอากาศเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว หลายรายการที่ท่านออกอากาศอยู่ก็นับว่าน่าสนใจเพราะผู้จัดรายการเป็นผู้ที่คนรู้จักดีมีความสามารถทำรายการให้เป็นที่น่าสนใจติดตามทีเดียว แต่ที่ต้องร้องมาให้ทราบเป็นพิเศษคือรายการ ”ที่นี่ความจริง” เท่าที่ติดตามชมรายการนี้มาตลอดน่าจะพูดได้ไม่ผิดว่า รายการที่นี่ความจริงสามารถเพาะบ่มให้เสื้อแดงเข้าใจประชาธิปไตยได้อย่างงอกงามถูกต้องกระชับ Update และไม่หลงทาง และไม่ใช่แค่เสี้อแดง ใครได้ดูก็ล้วนติดใจทั้งนั้น

ก่อนที่จะไปต่อต้องขออนุญาตเรียนให้ทราบว่า ไม่รู้จักอาจารย์ตุ้ม จา หวาน วิทยากรที่จัดรายการทั้ง ๓ ท่านเป็นการส่วนตัว ทั้งๆ ที่อยากรู้จักเพราะเหมือนมีดิกชั่นนารี ตำราเรียนกฎหมายและโทรทัศน์ช่องข่าวต่างประเทศติดตัวให้ได้ดูได้อ่านเมื่อไหร่ก็ได้ ข้อสำคัญท่านพูดเก่งกันทุกคนแล้วก็พูดจริงด้วย ไม่เหมือนนักจ้อบางคนที่ตอแหลไปวันๆเชื่อไม่ได้เลย น่าอิจฉาเสื้อแดงและสถานี AsiaUpdate TV ที่อาจารย์เสียสละมาทำรายการช่วยคนเสื้อแดงและคนอื่นๆที่ยังตาขวางได้ตาสว่างและให้ได้รู้ความจริงด้วย อาจารย์นักวิชาการเดี๋ยวนี้หาทำยายาก ส่วนมากหลายคนมักจะถูกมือที่มองไม่เห็นจับตัวไปเป็นขี้ข้าจำนวนไม่น้อย จึงควรที่เสื้อแดงต้องช่วยดูแลท่านให้ดี อย่าให้ใครปล้นเอาตัวไปอีก

มีข้อเสนอแนะอยากให้สถานีลองปรับผังรายการ “ที่นี่ความจริง” เพื่อจะได้เกิดประโยชน์มากขึ้น ทำให้ความจริงปรากฏแผ่กระจายไปทั่วมากขึ้น ที่ AsiaUpdate TV เพิ่มเวลาให้รายการที่นี่ความจริงเป็น ๒ วัน จันทร์-อังคาร ก็ดีอยู่หรอก แต่เวลา ๒๑.๓๐-๒๒.๓๐ น. จะไม่ดึกไปหรือสำหรับรายการ TOP-HIT อันดับหนึ่งอย่างนี้ ข้อสำคัญสาระน่ารู้เกี่ยวกับประชาธิปไตย กฎหมาย ข่าวจับโกหกของรัฐบาล เป็นเรื่องที่เราอยากให้เสื้อแดงและประชาชนทั่วไปได้รู้ความจริงกันไม่ใช่หรือ คนต่างจังหวัดเขานอนกันเร็วแล้วยังมีเยาวชนที่ควรจะได้เรียนรู้ความจริงกับประชาธิปไตย และเหตุการณ์ในต่างประเทศด้วยจึงน่าจะเลื่อนรายการที่นี่ความจริงให้เร็วขึ้น อาทิตย์ละ ๒ วันน่าจะจัดให้เขาได้ ความจริงจะได้เปิดเผยให้คนไทยทั้งประเทศได้รู้กันทั่ว

สิ่งที่น่าจะพิจารณาหากจะสลับข่าว ๒๐.๐๐น. (คงข่าวในพระราชสำนักไว้เหมือนเดิม) แล้วเอารายการที่นี่ความจริงมาแทนที่เพราะเสื้อแดงเขาไม่อยากเห็นหน้านายกอภิสิทธิ์หลายคนจึงไม่อยากเสี่ยงเสียเครื่องรับ TV หากมีหน้านายกโผล่ออกมากวนตีนกวนใจชาวบ้าน จะพลอยอดดูรายการที่นี่ความจริงและรายการอื่นๆของสถานี อีกอย่างน่าจะเอาที่นี่ความจริงมาฉายซ้ำในเวลากลางวันดีกว่าจะเปิดเพลงทิ้งเวลาเสียเปล่าๆ เท่าที่ฟังคนที่ดูรายการ AsiaUpdate TV เขาบ่นให้ฟังค่อนข้างหนาหูว่า สถานีไม่ค่อยเห็นความสำคัญของรายการที่นี่ความจริง ซึ่งน่าจะจัดเวลา Prime Time ให้ตั้งนานแล้ว อาจารย์ทั้ง ๓ สาวจะได้มีกำลังใจทำให้รายการดียิ่งขึ้น สิ่งที่ต้องไม่ลืมกันที่โทรทัศน์ต่างประเทศพากันเสนอข่าวเสื้อแดงจนติดอันดับโลกเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมาจนฮือฮากันไปทั้งโลกก็เพราะฝีมือท่านทั้งหลายนี่แหละ ทำให้ Free TV ของไทยทุกช่องตาค้าง จน รมต. ที่คุมช่องหอยม่วงถูกย้ายเข้ากรุไปเลย ใช่หรือเปล่าไม่รู้

อ้อ ไม่เคยดูรายการเชื่อมั่นประเทศไทยที่นายกออกแรงเองแสดงเอง ตอนนี้รายการยังอยู่หรือถอดทิ้งไปแล้วไม่รู้จริงๆ ถ้าเลิกไปแล้วก็น่าเสียดาย เพราะอยากเห็นตัววัดระหว่างรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับรายการที่นี่ความจริง รายการหลังจะทิ้งห่างไปสักกี่ขุม แล้วนายกจะตีตื้นได้หรือไม่ แน่ละรายการที่นี่ความจริงในแง่คนที่เรียนการประชาสัมพันธ์มาต้องยกนิ้วให้ เพราะถูกต้องตามตำราเป๋งเลย ในการประชาสัมพันธ์นั้นมีหลักอยู่นิดเดียว คือเรื่องที่จะเอามาประชาสัมพันธ์นั้น ต้องเป็นเรื่องจริง ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง จะเป็นได้ก็แค่การโฆษณาชวนเชื่อเท่านั้น แค่นี้ก็พอมองออกได้ว่า ทำไมรายการเชื่อมั่นประเทศไทย จึงไม่มีคนสนใจดู เพราะนอกจากเนื้อหาของรายการคนเขารู้ว่าเป็นการโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล ยิ่งตัวนายกรัฐมนตรียิ่งแล้วใหญ่ เพราะท่านพูดแล้วแต่ไม่มีคนเชื่อ อย่างนี้ผิดหลักการประชาสัมพันธ์แน่ เพราะคนพูดเก่งกับคนที่พูดจริงนั้น คนละเรื่องกันห่างกันไกลลิบทีเดียว

แล้วถ้าจะช่วยนายกล่ะ ” // โอ้วไม่่.... แค่นี้ก็แย่พออยู่แล้ววว. ><""

วันพุธที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554

ถึงเวลาเข้าแทรกแซงประเทศไทยได้หรือยัง?

ถึงเวลาเข้าแทรกแซงประเทศไทยได้หรือยัง?
โดย Andrew Spooner 21 มีนาคม 2011
แปล เวทย์ เธียรธโนปจัย

องค์การสันนิบาตชาติอาหรับและฝ่ายตะวันตกที่กำลังทิ้งระเบิดโจมตีลิเบียอยู่ขณะนี้ตามมติที่ ๑๙๗๓ ของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ ที่ได้ตัดสินใจเข้าแทรกแซงเพื่อป้องกันชีวิตพลเรือนชาวลิเบียที่มีความคิดเห็นทางการเมืองแบบเสรีนิยมแต่ต้องถูกจำกัดขอบเขตไว้ในวงล้อมการต่อสู้กำลังถูกทดสอบอย่างเต็มที่

จุดปะทุเดือดเอเซียแห่งนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าไม่ใช่สถานที่ที่จะเข้าไปชี้ถูกหรือผิดในการเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของลิเบีย โทนี่แบร์ (Tony Blair) อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ เป็นผู้ยกกรณีการเข้าแทรกแซงดังกล่าวที่นั่น ในขณะที่ โอเว่น โจนส์ (Owen Jones) ผู้เขียนบล๊อกเกอร์และนักเขียนชาวอังกฤษหัวเอียงซ้ายก็ได้ยกปัญหาบางประการในการเข้าแทรกแซงกิจการภายในของลิเบียด้วย

ถ้าเรายกหลักการพื้นฐานของทั้งมติ ๑๙๗๓ คณะมนตรีความมั่นคงและข้อโต้แย้งส่วนสำคัญโดยผู้ที่เข้าแทรกแซง -“เราจำเป็นต้องปกป้องชีวิตพลเรือน” บางคนจะมีคำถามต่ออีกว่า แล้วทำไมจึงไม่มีการเข้าแทรกแซงกรณีของประเทศไทย?

จากบันทึกที่มีอยู่ ผมพิจารณาการฆ่าหมู่ที่กรุงเทพ เมื่อปี ๒๐๑๐ โดยสรุปได้ว่า – คือการสังหารหมู่แน่นอน ในความเห็นของผมนั้นหลักฐานมีอยู่แจ้งชัดท่วมท้น – พลเรือนต้องตกเป็นเป้าและใช้วิธีการ อย่างเช่น สไนเปอร์ (Snipers) พลแม่นปืน วางแผนเพื่อสังหารพวกเขาโดยเฉพาะ ระดับกองกำลังที่ใช้กับพลเรือนเหล่านั้นไม่ได้เป็นสัดส่วนที่สมดุล หลากหลาย และเผยให้เห็นถึงระดับความโหดร้ายทารุณที่ หากเป็นพม่า เกาหลีเหนือ อิหร่าน หรือชาวลิเบีย นิ้วที่กดไกปืน จะสำแดงให้โลกต้องรับรู้ถึงความโหดร้ายทารุณและบังคับให้ต้องกระทำตอบโต้ในที่สุด

แน่ละ บางคนที่ปฏิเสธในเรื่องการฆ่าหมู่จะพูดว่า “เสื้อแดงมีอาวุธ” ซึ่งที่สุดแล้วไม่ใช่ จากหลักฐานส่วนใหญ่ที่ปรากฎให้เห็นไม่มีอะไรเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวใดๆเลย พวกเขามีเพียงระเบิดขวดบรรจุเบนซิน หนังสติ๊กกับก้อนหิน คำถามที่จะมีในบรรทัดต่อไปก็เป็นเรื่องปกติ “แล้วชายชุดดำเกี่ยวอะไรด้วย” แน่ละไม่เกี่ยว ไม่มีแม้แต่คนเดียวในกลุ่มที่ลึกลับนี้ ทั้งจำนวน สังกัดและเหล่าไม่เป็นที่เปิดเผย ไม่มีใครถูกจับได้ ชายชุดดำคงเป็นเพียงสัญลักษณ์เหมือนเช่น เสธ.แดงที่ใช้พูดกันถึงสิ่งที่เลยเถิดเกินความเป็นจริงของการสังหารหมู่ในกรุงเทพฯ ชายชุดดำจึงยังคงถูกใช้เพื่อเป็นการปลุกผีโดยพวกที่กระหายอยากให้ครอบคลุมถึงการก่ออาชญากรรมของรัฐบาลไทย

ดังนั้น ผู้ที่รับว่ารัฐบาลไทยทำร้ายประชาชน ยังคงคุกคามประชาชนและประกาศใช้กฎหมายบังคับเพื่อสังหารหมู่ต่อไป แล้วอะไรต่อไปหรือ? ฝูงบินทิ้งระเบิดของอังกฤษบินอยู่เหนือฟ้ากรุงเทพฯ? กำลังพลร่มของฝรั่งเศสเตรียมพร้อมลุยอยู่ที่เชียงใหม่? แน่ละไม่ใช่ทั้งสิ้น ความนึกคิดเช่นนั้นแท้จริงพิจารณาให้ดีไม่ผิดที่ว่าเป็นเรื่องเพ้อเจ้อของคนเสียสติ

แต่แจ่มชัด ถ้าท่านรับว่ามีการสังหารหมู่เกิดขึ้น มีการดำเนินการกรณีที่บางรูปแบบจะต้องดำเนินการ ในขณะที่ระบบปกครองของรัฐบาลเป็นแบบธุระไม่ใช่ไม่มีการสอบสวนการก่ออาชญากรรมสังหารหมู่ในกรุงเทพฯแต่กลับพยายามปกปิด มีการรายงานผลการสอบสวนที่กลับไปกลับมาของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(THAIFBI) รัฐบาลไทยปฏิเสธว่าทหารยิงนักข่าวต่างประเทศและผู้ช่วยพยาบาล คงจะเป็นที่น่าประทับใจมากกว่าถ้าพวกเขาไม่เผยสิ่งชั่วร้ายเสื่อมโทรมที่อยู่ในใจของระบบการปกครองไทย

ถึงกระนั้นก็ตาม แม้จะมีการใช้ สไนเปอร์ (Snipers) เครื่องทรมาน นักโทษการเมือง การเซ็นเซอร์ และการปกปิดเป็นเครื่องมือ ประชาคมระหว่างประเทศยังคงเงียบสนิท ไม่มีแม้กระทั่งการประนามอย่างรุนแรงจากนักเคลื่อนไหวแทรกแซงที่มีต่อรัฐบาลไทยและต่อพลเรือนไทยที่เสียชีวิต จะมีปรากฎให้เห็นเพียงส่วนน้อยที่แสดงความโกรธพอใช้เป็นเครื่องวัดระดับประเทศ

และมีการกระทำอีกมากมายหากจะใช้กันทั้งระยะไกลและใกล้ของมาตรการแทรกแซงทางทหารที่ประชาคมระหว่างประเทศอาจจะบังคับใช้ในประเทศไทย โดยเริ่มจากการเตือนประเทศไทยต่อความล้มเหลวที่ไทยไม่ใส่ใจในการตรวจสอบการเสียชีวิตของพลเริอน ก่อนที่คณะมนตรีความมั่นคงจะใช้มาตรการที่ ๒ บังคับและก่อนที่ศาลอาญาระหว่างประเทศจะเริ่มต้นพิจารณาคดี ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี อังกฤษและสหรัฐอเมริกาทั้งคู่เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง และมีความแน่นอนที่จะใช้ตำแหน่งกดดันประเทศไทยในลักษณะนี้ อันเป็นแบบอย่างชัดเจนที่ได้เริ่มใช้กับการสอบสวนในลิเบีย (เช่นเดียวกับประเทศไทย-ทั้ง ๒ ยังไม่ได้เป็นสมาชิกศาลอาญาระหว่างประเทศ) เพียงแต่ได้รับการอ้างถึง ICC โดยคณะมนตรีความมั่นคง

นี่สามารถจะพิจารณาได้ว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทยหรือไม่? หามิได้ เป็นโอกาสของประเทศไทยต่างหากที่จะใช้เป็นเงื่อนไขข้อตกลงระหว่างประเทศและการเป็นหุ้นส่วนร่วมที่ได้ลงนามกันไว้แล้ว

นอกจากนี้ เราทุกคนรู้ว่าไม่มีสิ่งใดที่เกือบจะใกล้ถึงการเข้าแทรกแซงโดยสามารถสรุปได้ความที่นี่ซึ่งเป็นเพียงภาพลวงตา ประชาคมระหว่างประเทศไม่มีสิ่งจูงใจที่จะผลักดันพันธมิตรน้อยไปกว่าพุ่งเป้าตรงไปสู่ความรับผิดชอบ ข้อโต้แย้งโดยปกติที่เกี่ยวพันทางด้านศีลธรรมกับวัฒนธรรมจะถูกวางไว้ก่อน (ท่านคงทราบ ข้อโต้แย้งเดียวกันนี้ว่าได้ถูกยกเลิกทั้งหมดเมื่อฝ่ายตะวันตกเริ่มทิ้งระเบิดใส่เผด็จการที่ชั่วร้ายในสัปดาห์ดังกล่าว) เพื่อเป็นการพิสูจน์ได้ว่าถูกต้องจากการที่ไม่เข้าแทรกแซงรูปแบบใดก็ตามและไม่ว่าทูต สื่อมวลชน และ ผู้ปฏิบัติงานด้านองค์กรเอกชนที่มีกรุงเทพฯเป็นฐานส่วนใหญ่ (ไม่ใช่ทั้งหมด) นำไปสู่การมีส่วนช่วยอย่างเงียบๆก่อให้เกิดอาชญากรรมที่รัฐบาลไทยมีส่วนอย่างสำคัญด้วยการดำเนินการอย่างแทบไม่ต้องใช้ความพยายามเลย

หนึ่งในบทเรียนหยาบๆ ที่สามารถดึงมาดูจากการแทรกแซงลิเบียปัจจุบันก็คือ จะไม่มีการแทรกแซงเช่นว่าเกิดขึ้นเว้นแต่มีการคุกคามที่ทำให้ประชาชนนับหมื่นต้องเสียชีวิต ทุกคนทราบดีว่า กัตดาฟี (Gaddafi) เป็นคนวิกลจริต แต่กว่าปีที่ผ่านมาการก่ออาชญากรรมของเขาถูกกลบด้วยน้ำมันจำนวนมหาศาลและสัญญาการซื้ออาวุธ ประชาคมระหว่างประเทศไม่สนใจปัญหาที่เกิดขึ้นและล้มเหลวในการผลักดันลิเบียอย่างละมุนละม่อมไปสู่ระบอบประชาธิปไตยมากขึ้นๆ คำถามที่น่าสยดสยองและน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริงเกี่ยวกับประเทศไทยก็คิอ จะต้องให้มีการหลั่งเลือดมากขึ้นอีกเท่าใดก่อนที่ประชาคมระหว่างประเทศจะรับรู้คำร้องและกระทำสิ่งที่ถูกต้อง? หรือจะเป็นแค่เศษเสี้ยวของความรับผิดชอบและสิทธิมนุษยชนที่เป็นได้เพียงส่วนประกอบของแฟชั่นล่าสุดที่จะใช้โดยผู้ที่มีความคิดทางการเมืองแบบเสรีนิยม (interventionists) เท่านั้นเสมือนหนึ่งอยู่ในฉากภาพยนตร์ ตรงที่ "กู-สนใจ" ก็เพียงพอแล้วหรือ?

ประวัติศาสตร์ในการวิเคราะห์ท้ายที่สุดจะเป็นผู้พิพากษาของเรา